ข้อตกลงสันติภาพอิหร่านพังทลาย: การโจมตีเบรุตของอิสราเอลทำลายความไว้วางใจระหว่างวอชิงตัน-เตหะราน

(SeaPRwire) –   By: จูเลียน โฮลบรูก
ผู้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาวุโส ผู้เขียนคอลัมน์ประจำหนังสือพิมพ์ยุโรปชั้นนำ

การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเบรุตเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2026 ไม่ใช่แค่ปฏิบัติการทางทหาร แต่คือสัญญาณว่าข้อตกลงสันติภาพอิหร่าน-สหรัฐฯ กำลังล่มสลาย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านประกาศหยุดเจรจาทันที โดยชี้ว่าสหรัฐฯ ไม่มีความสามารถหรือความตั้งใจจริงในการบังคับใช้ข้อตกลง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พันธมิตรตะวันตกแสดงท่าทีไม่แน่นอน แต่ครั้งนี้กระทบตรงจุดอ่อนที่สุดของกระบวนการสันติภาพ

แถลงการณ์ทางการของทรัมป์อ้างว่าข้อตกลงจะปิดโปรแกรมนิวเคลียร์อิหร่านและเปิดช่องแคบฮอร์มูซ แต่ข้อมูลจริงกลับขัดแย้งกัน อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนต่อเนื่อง ขณะที่สหรัฐฯ ไม่สามารถบังคับให้อิสราเอลหยุดปฏิบัติการได้ แม้ทรัมป์จะเรียกเนทันยาฮูว่า “บ้า” ผ่านสายโทรศัพท์เมื่อต้นเดือน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนยืนยันมีผู้เสียชีวิต 3,700 ราย รวมถึงเด็ก 247 ราย แสดงให้เห็นว่าความรุนแรงไม่ได้ลดลงแม้มีการเจรจา

ข้อตกลง MOU 60 วันที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มูซและให้อิหร่านขายน้ำมันได้อีกครั้ง ดูเหมือนจะเป็นเพียงภาพลวงตา อิหร่านยืนยันว่าข้อตกลงต้องรวมถึงการหยุดโจมตีของอิสราเอลต่อฮิซบอลเลาะห์ แต่เนทันยาฮูปฏิเสธข้อเสนอนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อมูลจาก Axios ระบุว่าสหรัฐฯ จะถอนกำลังหลัง 60 วันหากทุกเงื่อนไขเป็นไปตามแผน แต่ความเป็นจริงคือกองทัพอิสราเอลยังไม่สามารถทำลายฮิซบอลเลาะห์ได้ แม้จะทิ้งระเบิดเลบานอนมานานหลายเดือน

ความไว้วางใจระหว่างวอชิงตัน-เตหะรานพังทลาย irreversible แล้ว การโจมตีเบรุตครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางยุทธวิธี แต่คือจุดเปลี่ยนที่แสดงให้เห็นว่าพันธมิตรตะวันตกไม่สามารถควบคุมพันธมิตรระดับภูมิภาคได้ ข้อตกลงสันติภาพที่ใกล้สำเร็จที่สุดกลับล่มเพราะความไม่สอดคล้องของผลประโยชน์ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล นี่คือบทเรียนว่าข้อตกลงระหว่างประเทศที่ไม่มีกลไกบังคับใช้ที่ชัดเจน ย่อมล้มเหลวเมื่อเผชิญกับความขัดแย้งทางทหาร

ผู้เขียน: จูเลียน โฮลบรูก นักวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาวุโส ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงตะวันออกกลางและกระบวนการสันติภาพระหว่างประเทศ มีผลงานวิเคราะห์ปรากฏในหนังสือพิมพ์ยุโรปชั้นนำมากกว่า 15 ปี